อลังการแห่งขุนเขาของเมืองไทย.......
มีขุนดอยทางภาคเหนือที่สูงที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ ดอยอินทนนท์ ที่มีความสูงถึง 2,565 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นขุนดอยป่าต้นน้ำที่มีความสมบูรณ์แห่งหนึ่งหนึ่งของภาคเหนือ และมีศักยภาพทางธรรมชาติที่มีความงดงามสังคมพรรณพืชเฉพาะถิ่นบนดอยสูง
รองลงมาเป็นอันดับ 2 คือ “ดอยผ้าห่มปก” ที่มีความสูง 2,288 เมตรจากระดับน้ำทะเล และรองเป็นอันดับ 3 ก็ต้องแนะให้รู้จัก “ดอยเชียงดาว” สูง 2,225 เมตร จากระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ทั้งสิ้น
ด้วยความใฝ่ฝันของนักเดินทางรุ่นใหม่ที่ต้องการศึกษาธรรมชาติในเส้นทางป่าเขาที่ท้าทาย ในรูปแบบการของการเดินป่าระยะไกลที่มุ่งสู่ยอดดอยสูงของดอยหลวงเชียงดาว นั่นคือ ความใฝ่ฝันที่ผสมผสานด้วยด้วยความยากลำบากของสภาพป่าธรรมชาติของป่ากึ่งอัลไพน์
ถ้ามองจากระยะไกลจะเห็นดอยเชียงดาวยืนตระหง่านค้ำผืนฟ้า มียอดดอยสูง 3 ยอด ประกอบด้วยยอดเขารูปกรวยคว่ำ ที่เกิดการกัดกร่อนจนปรากฏเป็นยอดแหลม สูงต่ำโดดเด่น มีระดับความสูงใกล้เคียงกันคือ ดอยหลวงเชียงดาว 2,255 เมตร ดอยกิ่วลม 2,140 เมตร อยู่บริเวณกลางโค้งเกือกม้า ดอยเหนือหรือดอยพีระมิด 2,175 เมตร
มีดอยหนอก ที่สูงประมาณ 2,000 เมตร อยู่ปลายเกือกม้าด้านทิศเหนือ และดอยสามพี่น้องมีความสูงอยู่เคียงกัน คือ สูง 2,150 เมตร, 2,080 เมตร และ 2,060 เมตร และดอยหลวง 2,100 เมตร อยู่บริเวณปลายเกือกม้าด้านทิศใต้
นี่คือ สภาพภูมิประเทศอันเป็นภาพรวมของเทือกดอยเชียงใหญ่ที่เป็นกำแพงภูเขาที่สูงใหญ่ เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานของการศึกษา และเพื่อเตรียมไปสัมผัสของจริงที่จะได้รู้ว่าในอาณาจักรขุนดอยป่ากึ่งอัลไพน์นี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง
ในพื้นที่ดอยเชียงดาวที่ได้จัดประกาศให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว ที่ถือว่าเป็นผืนป่าอนุรักษ์ที่ควรแก่ศึกษาแห่งนี้ ในอดีตที่เคยพบ “ผีเสื้อสมิงเชียงดาว” อันเป็นสายพันธุ์ผีเสื้อภูฐานที่พบเพียงแห่งเดียวในเมืองไทย และปัจจุบันก็สูญพันธุ์ไปแล้ว
นอกจากนี้ป่าดอยเชียงดาว ยังเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์หายาก ประเภทสัตว์ป่าสงวนที่พบอยู่ 2 ชนิด คือ กวางผา และเลียงผา ที่อยู่ในสถานะที่ถูกรบกวนทั้งทางตรงโดยการล่า และทางอ้อมจากการบุกรุกทำไร่เลื่อนลอยจากกลุ่มชาวเขา
บทบันทึกการเดินทางสู่ดอยเชียงดาวอาจเป็นบทเรียนบทที่สองของนักเดินทางรุ่นใหม่ๆ ที่ได้เริ่มมาจากภูกระดึง ย่อมความแตกต่างกันหลายเรื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ดอยดอยสูง ที่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นใดๆ น้ำที่ต้องการใช้สอยก็ต้องจ้างลูกหาบแบกไป คนหนึ่งก็แบกได้ไม่เกิน 20 ลิตร มีน้ำหนักอยู่ประมาณ 20 กิโลกรัม เมื่อเราอยู่บนยอดดอยเชียงดาวแล้วทำให้มีความรู้จักคุณค่าของน้ำมากขึ้น
โปรแกรมการเดินทางสู่ยอดดอยเชียงดาวก็ได้ถูกกำหนดขึ้นมาแล้ว โดยมี แกละ แปดริ้ว หรือ ปรีชา จักษุ คนนำทางป่าดอยเชียงดาวที่มีความช่ำชองและรอบรู้ในพื้นที่มาช้านาน ทำให้เรามีความมั่นใจต่อการท่องเที่ยวดอยเชียงดาวมากขึ้น
ช่วงหน้าหนาวสภาพอากาศก็แลดูสดใส ท้องฟ้าสีครามเข้ม มองผ่านแนวป่าสนสามใบที่เรียงรายอยู่ตามแนวสันเขาที่เริ่มออกเดินทางจากหน่วยฯ เด่นหญ้าขัด หรือหน่วยขุนห้วยแม่กอก สภาพเส้นทางก็เป็นเส้นทางสบายๆ เดินเลียบเลาะตามไปตามไหล่ดอย ที่ยังสภาพป่าที่สมบูรณ์ของลักษณะป่าเบญจพรรณสลับด้วยป่าสน มองไปข้างหน้าจะเห็นเหลี่ยมยอดสามพี่น้องตระหง่านเสียดฟ้าอยู่ไม่ไกลนัก
บริเวณเชิงดอยสามพี่น้องจะเป็นพื้นที่หมู่บ้านเก่าของชาวเขาเผ่าลีซอที่ได้อพยพออกไปแล้วจึงเหลือเพียงไร่ร้าง มีสภาพธรรมชาติประกอบยืนต้นบางประเภทที่ยังเหลืออยู่บ้างคือกล้วย ต้นท้อ ปัจจุบันก็เป็นที่รู้จักของหมู่นักท่องเที่ยว ว่าในบริเวณ “ดงท้อ” เชิงดอยสามพี่น้องเป็นจุดแรมทางของนักเดินทางสู่ยอดเชียงดาว บริเวณนี้จัดว่าเป็นทำเลที่ดีมองเห็นเทือกดอยสามพี่น้องได้ชัดเจน
เทือกดอยสามพี่น้อง จะมีลักษณะเป็นยอดเขาเรียงรายกันสามยอด บริเวณยอดบนสุดจะเป็นหุบแอ่งที่ราบ ยอดเขาสามพี่น้องจะมีความสูงแตกต่างกัน โดยเรียงจากยอดแรกสูง 2,060 เมตร ถัดต่อมาสูง2,150 เมตร อีกยอดหนึ่งสูง 2,080 เมตร จากระดับน้ำทะเล และยังมีกลุ่มยอดเขาใกล้ๆ กัน มีชื่อว่า ดอยหลวง มีความสูงถึง 2,100 เมตร จากระดับน้ำทะเล จึงเป็นความสูงที่เล่นเอาเหนื่อยทีเดียว ถ้าหากอยากขึ้นไปยังยอดดังกล่าว
การเดินทางสู่ยอดดอยเชียงดาวมีเป้าหมายว่าในวันนี้เราต้องเดินไปให้ถึงอ่างสลุง แม้ว่าจะต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง หมายความว่าพวกเราเริ่มเดินทางตั้งแต่เที่ยง กว่าจะถึงก็ 6 โมงเย็น ถือเอาว่าเราเหนื่อยเพียงแค่วันแรก จากนั้นก็สบายๆ เพราะอยู่ในบริเวณเป้าหมายแล้ว แต่จะมีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่ไม่เร่งรีบหรือเดินช้า จะเลือกแวะพักระหว่างทางแถวดงน้อย
ยังมีเส้นทางเดินขึ้นยอดเชียงดาว เริ่มจากบ้านนาเลา เดินขึ้นเขายาว ร่วม 2 ชม. จนถึงบริเวณป่ากล้วย แล้วตัดเข้าเส้นทางหลักที่มาจากเด่นหญ้าขัด เลี้ยวแยกซ้ายขึ้นดอยเชียงดาวได้ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวก็นิยมเส้นทางนี้มากขึ้น
สภาพเส้นทางเดินสู่ดอยเชียงดาวนั้นค่อนจะลาดชันไปทีละน้อย เส้นทางค่อนข้างแคบและรกด้วยพงหญ้าสองข้างทาง จนกระทั่งมาถึงดงน้อยจะเป็นจุดพักค้างแรมอีกหนึ่ง ประกอบด้วยดงป่าไม้ที่หนาตาสักหน่อย รวมไปถึงต้นนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระกำลังผลิดอกบานเป็นสีสดใสประดับอยู่ทั่วราวป่า พร้อมกับเสียงเซ็งแซ่ของหมู่นกหลากที่กำลังกินดอกไม้น้ำหวานจากดอกซากุระ จนพวกเราอดใจไม่ไหวขอปักหลักส่องดูนกอยู่พักหนึ่ง
เสียงเจื้อยแจ้วที่ไพเราจนเราต้องสอดสายตามองหาเสียงเล็กของนกกินปลีชนิดหนึ่ง พร้อมกับเห็นตัวสีแดงๆ คือ นกกินปลีหางยาวคอสีฟ้า เป็นเจ้าตัวเล็กแสนสวยที่ไม่ยอมห่างหายไปจากดอกน้ำหวานชุ่มคอ และที่เห็นบินโฉบผ่านอยู่ไกลๆ ก็เป็น นกเขียวก้านตองท้องสีส้ม ป้วนเปี้ยนก็อยู่ดอกซากุระเช่นกัน
ในพื้นที่ป่าบริเวณดงน้อย จึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีกิจกรรมเกี่ยวกับดูนก ก็เหมาะยิ่งนัก เพราะไม่ต้องเดินไปไหนไกล แค่ยืนเฝ้าต้นซากุระก็สามารถพบเห็นหมู่นกได้มากมาย และยังพบ เทียนนกแก้ว ความงามของดอกเทียนที่มีลักษณะรูปร่างเหมือนนกแก้ว
ในเมื่อความประสงค์ของเราต้องการไปพักที่อ่างสลุง ทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน พวกเรากำลังมุ่งหน้าผ่าน กิ่วป่าคา จะเป็นที่ต้องผ่านเทือกเขาหินขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า ยอดปิระมิด ที่มีความสูงไล่เรี่ยกับยอดดอยเชียงดาว คือมีความสูง 2,175 เมตร จากระดับน้ำทะเล
ยิ่งสูงยิ่งหนาว ก็เป็นความรู้สึกที่เราสัมผัสได้ อาการเหนื่อยล้าก็ปรากฏให้เห็น เนื่องจากว่าเราเดินทางกันหลายชั่วโมง สัมภาระบางส่วนเราก็แบกเอง และในระดับความสูงมากๆ อากาศก็เริ่มบางเบาลง ออกซิเจนก็น้อยลง ทำให้มีอาการเหนื่อยง่าย ต้องหยุดพักกันบ่อยครั้ง
ลำแสงพระพระอาทิตย์ได้สาดฉายแสงมาจากด้านหลังยอดดอยสามพี่น้อง ก่อนที่จะลับเหลี่ยมเขา คงอีกไม่นานนักก็คงจะพลบค่ำ เราเองคาดหมายว่าต้องไปถึงอ่างสลุงได้ทันก่อนมืดอย่างแน่นอน
ผ่านกิ่วป่าคามาแล้วก็เริ่มเข้าสู่ป่าทึบ อันเป็นบริเวณที่เรียกว่า “ดงเย็น” ที่มีสภาพเป็นป่าทึบมีขนาดไม่กว้างใหญ่มากนัก เพียงแค่ไม่กี่นาที เราสามารถเดินทะลุป่าทึบออกมายังทุ่งหญ้าโล่งกว้าง ในบริเวณดงเย็นจะเป็นป่าทึบ ในบริเวณชายป่าเราได้พบพันธุ์ไม้หลายชนิด อย่างเช่น กุหลาบเชียงดาว พบตามชายป่าทึบและพงหญ้าสูง ชมพูพิมพ์ใจ พบในระดับความสูงประมาณ 2,000 เมตร เป็นช่อดอกสีชมพูสวย แล ะ ชมพูเชียงเชียงดาว มีดอกเป็นสีชมพูขึ้นตามกอหญ้า และไม้พุ่มเตี้ยๆ
จากดงเย็นอีกไม่ไกลก็ถึงเป้าหมายที่อ่างสลุง กำลังใจได้ฮึดสู้อีกครั้ง เพียงไม่ถึง 10 นาที เราก็มาถึงเป้าหมายได้สำเร็จ จึงเป็นช่วงเวลาพอดีที่พระอาทิตย์กำลังจะเคลื่อนคล้อยลงต่ำ
สีสันยามพลบค่ำเหนือดอยสูง คือภาพความงดงามที่ยิ่งใหญ่ ยอดดอยสูงที่สลับซับซ้อนของดอยสามพี่น้อง ดอยหนอก ดอยปิระมิด คือเสน่ห์ความงดงามที่เราสามารถสัมผัสเห็นในเย็นวันแรกที่เดินทางมาถึงอ่างสลุงพร้อมกับสายลมหนาวอันเย็นยะเยือก วัดอุณหภูมิในช่วงตอนพลบค่ำได้ 5 องศาเซลเซียส แล้วถ้าเป็นตอนกลางคืนหรือตอนดึกจะมีอุณหภูมิลดลงเหลือเท่าไหร่
ดังนั้นเราจึงคว้าอุปกรณ์กันหนาวออกมาสวมใส่อย่างครบครัน เสื้อผ้ากี่ตัวก็นำมาใส่จนหมด ถุงมือ ถุงเท้า หมวกไอ้โม่งหนาว ต่างมีประโยชน์ทั้งสิ้น
ยิ่งดึกยิ่งหนาวมาก หลับบ้างตื่นบ้าง เช้าขึ้นมาเราต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 เพื่อขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ยอดดอยเชียงดาวอุณหภูมิในตอนเช้ามืดอย่างนี้นาฬิกาที่วัดอุณหภูมิได้ 0 องศาเซลเซียส โอกาสที่เราจะได้เห็นแม่คะนิ้ง เป็นน้ำค้างย่อมได้เห็นอย่างแน่นอน
จากยอดสูงสุดของดอยเชียงดาว เรามองเห็นยอดเขาที่ทะมึนเหยียดเสียดฟ้าของดอยสามพี่น้องที่อยู่ทางด้านซ้ายมือ และมีดอยปิระมิด อยู่ทางด้านขวามือ ถัดไปด้านหลังดอยทั้งสองกลุ่มจะมีทะเลหมอกอยู่บางๆ ยังไม่แน่นหนาถูกใจเท่าที่ควร และเมื่อหันไปทางด้านตะวันออก ทางด้านหลังเทือกดอยกิ่วลมจะเกิดเป็นกลุ่มทะเลหนาตาพอสมควร
ในโมงยามเช้า ท้องฟ้าเป็นสีคราม ภาพทิวทัศน์จากยอดสูงสุดของดอยเชียงดาวจะมองเห็นเทือกเขาสลับซับซ้อนอยู่รอบด้าน ดอยเชียงดาวในวันนี้ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย แต่เท่าที่สังเกตพบว่าหมู่ดอกไม้จำพวก ชมพูพิมพ์ใจ สีสันสวยที่ขึ้นตามป่าหิน และถ้าเราสังเกตให้ดีก็จะพบความมหัศจรรย์ของ ฟองหินเหลือง ขึ้นอยู่ตามโขดหิน จัดว่าเป็นพันธุ์ไม้ที่หายาก พบได้เฉพาะที่ดอยเชียงดาว จะผลิดอกบานในช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนมกราคม
ภาพทิวทัศน์อันกว้างใหญ่เหนือยอดดอยเชียงดาว เราสามารถพบเห็นขุนเขาสลับซ้อน มองไปเห็นหุบเชียงดาว หุบเมืองคอง มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ ยิ่งในช่วงเช้าจะมีสายหมอกล่องไหลอิงแอบยอดดอยสูงก็เป็นภาพประทับใจที่ได้มาพบเห็น
กลับลงมาที่พักหลังจากอาหารเช้าแล้ว พวกเราก็ตระเวนเที่ยวชมดูนก ดอกไม้ในบริเวณใกล้กับที่พัก ก็พบว่าตามบริเวณป่าดิบหรือแถวดงน้อยก็มีนกที่พบก็เป็นนกปรอดธรรมดาๆ นกแซงแซวสีเทา นกแซงแซวหงอนขน และตรงที่พักก็มี นกยอดหญ้าหลังดำ บินโฉบไปโฉบมาส่งเสียงเรียกหาคู่อยู่จากเราประมาณ 3-4 เมตร
ช่วงกลางวันเราก็เดินไปยังดอยกิ่วลม เป็นสันดอยอีกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะเป็นแหล่งศึกษาพรรณไม้ป่าเชียงดาวได้ดีอีกแห่งหนึ่ง จากอย่างสลุงก็เดินไปไม่ไกล ด้านบนยอดเขาจะเป็นป่าหิน จะพบ เทียนเชียงดาว เป็นดอกไม้หายากที่พบเฉพาะที่เชียงดาวเท่านั้น, หรีดเชียงดาว เป็นพันธุ์ไม้เฉพาะถิ่นเชียงดาวอีกชนิดหนึ่ง มีดอกสีอมม่วง
เมื่อขึ้นไปบนสันดอยกิ่วลมที่มีลักษณะเป็นป่าหินก็จะพบ แสงแดง เป็นพันธุ์ไม้หายาก และยังมี ดอกฟ้าคราม บานกระจายไปทั่วป่าหินและพบเป็นพุ่มใหญ่ก็เป็น ดอกเหยื่อจง หรือเหยื่อเลียงผา หรือเทียนหมอคาร์ เป็นพืชเฉพาะถิ่นเชียงดาวอีกเช่นกัน ความหลากหลายของพืชพรรณไม้ดอยเชียงดาวมีมากมาย จนเกินกว่าที่เราจะจำแนกได้หมดสิ้น ส่วนใหญ่มักพบเห็นในบริเวณทำเลที่เราสามารถเดินไปถึง ไม่ยากลำบากนัก
แสงสีทองในยามเย็นได้สาดฉายแสงปกคลุมทั่วขุนดอย ต้นไม้ต้นหญ้าบนดอยเชียงดาวได้ถูกฉาบเป็นสีเหลืองทอง จนกระทั่งพระอาทิตย์ได้ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว มองเห็นยอดดอยเป็นเงาดำท่ามกลางฉากหลังของผืนฟ้าที่สวยงาม
พลังแห่งสีสันในช่วงพลบค่ำได้บังเกิดเป็นสีสันที่สวยงามปกคลุมผืนฟ้าด้านตะวันตก อันเป็นสัญญานสุดท้ายของการสิ้นสุดของวันเวลาไปอีกวันหนึ่ง วันรุ่งขึ้นเราอาจได้พบแสงตะวันใหม่ที่ดอยเชียงดาว ถ้าใครขยันขึ้นไปชมทะเลหมอกพระอาทิตย์ที่กิ่วลมก็ยังเวลาเพียงพอ ต่อจากนั้นก็ต้องเดินทางกลับทางเก่า มีให้เลือกระหว่างบ้านนาเลา หรือเด่นหญ้าขัด ส่วนทางลงบ้านถ้ำ เดี๋ยวนี้เขาห้ามลง ไม่รู้ด้วยเหตุผลอันใด
เรื่องราวการเดินทางสู่เส้นทางธรรมชาติของป่าดอยหลวงเชียงดาว จัดว่าเป็นเส้นทางที่เหมาะต่อการศึกษาธรรมชาติของพืชพันธุ์ไม้ หมู่นกหลากชนิด และภาพบรรยากาศอันสวยงามที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาว แม้ว่าจะเป็นหนทางที่ยากลำบาก ไร้สิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ทั้งสิ้น แต่ก็คุ้มค่ากับการเดินทางที่เราได้พบเห็นความยิ่งใหญ่ของขุนเขาที่มีความสูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศ






ป่ะ ป่ะ ไปโตยกั๋น
ตอบลบป๊ะ ป๊ะ ไปตอนนี้เร๊ยยยย
ตอบลบ55+
ดีดี
ตอบลบสวยดี
ดอกไม้ก็สวยดี
ไป ไป เตอะ ไป แอ๋ว ๆ
ตอบลบคิง ไป คน เดว เตอะ
ฮ่อยากไป..สีถ้าจะหนาว
ตอบลบ" ไป แอ่ว เว้ย !! ทริป น่า ๆ
ตอบลบปะ แอ่ว
ตอบลบหวดไอ่เรื่องมากเอ๋ย
ตอบลบหลายเรื่องง่าว
ฮ่าๆๆ